Cheewin's profileBest0032001PhotosBlogListsMore Tools Help

Cheewin buapan

Occupation
Interests
Graduation of
: Chiangmai University

Major Study
: Computer Science

CERTIFICATION
SCJP 1.4
(Sun Certified Programmer 1.4)

REWARD
Third runner-up of National Software Contest – NSC 2006 in Mobile Application

Windows Media Player

Photo 1 of 17

Best0032001

October 23

การจับ ขโมย ภาค พิศดาร ของนาย PandabestZ

เรื่อง จับ ขโมยของ ผม เนีย คงยังเป็น ที่จดจำ ของเพื่อนๆหลายคน ว่ามันป่วง ขนาดๆ ไหนกัน5555
ยังมีใคร จำกันได้ บ้างเหว่า ^_^

ถ้าจำไม่ได้ จะช่วย ทบทวนความทรงจำ เห็นการที่น่าจดจำสมัย( 1 ในความบ้า)

ตอนนั้น ประมาณ 4ทุ่ม ณ ใต้ หอ4 ชาย  ผมและ เพื่อนๆๆ กำลัง นั่งอ่านหนังสือ เพื่อ เตรียม ตัวสอบ  final ของ ปี2

ขณะที่ กำลัง อ่านหนังสืออย่างตั้งใจ(แต่จิงๆๆ กำลัง เม้า กันซะมากกว่า5555)

บันนั้น ก็ได้ยิน คนเอะ อะ โวยวายเสียงดัง มาแต่ไกล ด้วยความรำคาญ
จากนั้นก็มี วัตถุประหลาด วิ่ง มาด้วย ความเร็วสูง ผ่านโต๊ะ ที่พวกเรา กำลังอ่านหนังสือ พร้อม กับเสียง ตะโกน ไกลมาว่า ขโมย ขโมย ขโมย

ทันใด นั้น นาย PandabestZ ก็มี  response ตอบ สนอง ต่อ เสียง แล้วระบบไขสัน (uncontrol) ก็ ประมวลผล

process...... star

recive"sound" >> ขโมย

compute >> ขโมย = สิ่งไม่ดี ต้อง จัดการจับให้ได้

process.....END

Action  จับขโมย

ทันใดนั้น PandabestZ ก็ลุกขึ้น วิ่งไลจับ ขโมย โดน สัญชาตญาน

สร้าง ความตืนเต้น ในเหตุการณ์อย่างมาก

หลัง จากวิ่ง ตามมันไป ได้ ประมาณ 100 m เนื่อง จากวิ่งเร็ว เลย สามารถ จับมันไว้ได้

แต่ความง้าว ก็เกิด ขึ้น

 

action จับ ขโมยได้

response Question="แกเป็น ขโมยช่ายมะ"(แล้วแกจะถามทำไหมเนีย ไอ้ best)

request sound ="ปล่อย ผมไปเถอะ ผม ถูกไล่ยิง"(ขโมยตอบ)

compute ="ผม ถูกไล่ยิ่ง""  ยิง อะไร ใครยิงใคร  ถ้า ถูก ยิงตาย

!!!!!!! error process  error process (ตกใจคำว่า ถูกยิง)

 action =เลย ปล่อย มือที่จับมัน

 

แล้วขโมย ก็หนี ต่อไป แล้ว ตำตรวจ ก็ตามมา แล้ว ถามว่ามันหนีไปทางไหน ก็ชี้ ไป(ยังตกใจเล็ก)

แล้วเพื่อน ๆๆ เป็น ฟูง ก็ตาม

(ก็นึกว่าจะตาม มาช่วยจับ)

พอมาถึง บุป ก็โดน รุ่ม ด่า ทันที่

 

ไอ้ บ้าไปตาม จับมัน ทำไหม แกเป็น อะไรไหม

ถ้ามัน มีมีด หรือ ปืน นะแก ตายไปแล้ว พรุ่งนี้ อด สอบ ทำอะไร ไม่คิดเลย  T_Y UU Y_T   เริ่ม คิดได้ ตูทำอะไร ลงไปเนีย  เกือบ ตายแท้ๆๆๆ(ด้วย เจตนา ที่ดี แต่ ประมวลแบบ ขาดสติ) แต่ก็โชค ดีที่เรา ปลอดภัย

วันนั้น ก็ เอ๋ยๆๆๆๆๆ ไม่อ่านละกลับบ้านดีกว่า งง T_Y

และแล้ว เรื่อง จับขโมย ก็กลาย เป็น ที่กล่าว ขวัญต่อมา จบข่าว

 

August 22

ไปสอนวันแรกคับ สนุกมาก แต่เจ็บคอ

ละแล้วก็มาถึงวัน ที่ ผมได้ไปเป็นวิทยากร เรื่อง java ให้ กับ major ซึ่งก็เตรียมตัว มานานแรมเดือนน
 
นับว่าเป็นประสบการณ์อันดีมาก คับ
 
สิ่งที่น่าตกใจคือ ได้รับ ความสนใจจาก น้องๆๆจำนวน มาก  จนถึงขั้น ต้องเปลียนห้องสอน มาห้องใหญ่ แถม ล้นไปอีกห้อง เรียกได้ว่าผมเหงือ ตกไปเลยที่เดียว
เหนือย จากสอนพิเศษ ก็เคยสอนนะ แต่มากขนาดนี้ ไม่ไหว  ยิงคนมากจะยิ่งช้าครับ
 
สำหับเนื้อหาการสอน ก็มีดังนี้ 
ทที่1 แนะนำภาษา Javaกับ กับ Net Bean  
1 มารู้จักConcept ของ Java กัน
- Introducing Java
- มารู้จัก Edition ต่างๆของJava
- กาติดตั้ง JDK และ JRE
2มาทำความรู้จัก IDE Net bean
- อธิบายความหมาย IDE
- ตัวอย่าง IDE ต่างๆ
- Download และติดตั้ง Net Bean
- มาดูกันว่า Net bean และ Java ช่วยเราทำอะไรได้บ้าง
3 TIP and Trick การใช้ IDE
   - ถ้าเราจะเปลียน Version JDK ละ
      - การใช้Reform Code
   - วิธี add Comment
   - การ ใช้ Java doc กับ NetBean
   - เทคนิคการImport class และ Referrence ถึงตัวแปร และClass โดยใช้ C+sp
   - การ ทำ Encapsulate Fields
4 การ ทำ lib file และ นำ lib ไปใช้
5 รู้จัก concept JAVA Bean
6 การ Debug ด้วย NetBean 6.0
 
บวกับ
ตัวอย่าง การวสร้าง BEAN LIB มากมาย
ตบท้ายด้วย Swing
 
แต่วันแรกนี้ปัญหาเยอะครับ
 เพราะให้ห้องใหญ่ นิเครื่องช้ามากครับ น้อง ทำตามตัวอย่างไม่ทัน
ทำให้ น้อง งง ไม่ค่อย ทันครับ
ได้ก็ได้รับ ผลตอบรับดีเช่นกัน ว่าได้ เทคนิค ใหม่ๆๆเยอะที่เดียว
(คือ ผมอยากเห็น software บ้าน เราพัฒนามากกว่านี้อะคับ)
 
จากข่าวที่ผมได้อ่าน จากblognoneที่

อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของอินเดียในช่วงปี 2000 - 2006 โตขึ้นจาก 5.8 พันล้านดอลลาร์มาเป็น 30.2 พันล้านดอลลาร์หรือกว่าหกเท่าตัว ขณะที่จีนนั้นโตจาก 2.4 พันล้านดอลลาร์มาเป็น 12.2 พันล้านดอลลาร์ หรือกว่าห้าเท่าตัว แต่ความแตกต่างกันคือการเติบโตของอุตสาหกรรมในจีนนั้นเกิดขึ้นจากความต้องการในประเทศเป็นหลัก ขณะที่ของอินเดียนั้น ซอฟต์แวร์ส่วนมากมีเพื่อการส่งออกง

แล้วบ้านเราอยู่ตรงไหนคับ เห็นแล้วเทราจาย

ก็หวัง จะมีส่วนพัฒนา พลักดัน software บ้านเรา ให้ดี

จากข่าว ที่เด็กไทยได้รางวัล จาก Imagine Cup2007 ก็เห็นแล้งก็ดีจายคับ คับคนไทยเก่งๆๆก็มี แต่โดย รวม ยังล้าลังอยู่มาก T_T จบละไม่รู้จะโฟอะไร

June 19

สวสว คิดถึง สว สดุดี แด่ TEAM สว (จาก สว ที่จ๊าบที่สุด อิอิ)

ในสมัยเรียน ผมได้ทำกิจกรรม อย่าง ....
 
ดังประโยคต่อไป นี้ (หมายเหตุ ผมรหัส 45 นั้นคือผมเอง )(ข้อมูลนี้เอามาจาก board แห่งหนึ่ง ใน cmu)
 
แฟ้มลับ ของหน่วยงาน พิเศษ ประจำคณะ วิทยาศาสตร์  แฟ้มปกไม่ปิด " สว ."
- สว. เป็นหน่วยงานลึกแต่ไม่ลับ ของคณะวิทยาศาสตร์ คำว่า สว. เริ่ม ใช้ครั้งแรก ปี 2545
  โดย สว. รหัส 44 ได้แก่ สว. 1 สว. 2 และ สว. 3 แต่งานที่ สว. ทำ มีประวัติมานมนานกาเล
- สว. เป็นหน่วยงานที่ขาดไม่ได้และสำคัญที่สุด ทำงาน "หนัก" ที่สุด (ใครจะเถียง!!) เริ่มงานก่อนชาวบ้าน และเสร็จงานหลังชาวช่อง
- สว. มีความสามารถไปยังถิ่นทุรกันดาร ได้ทุกหนทุกแห่ง แต่ไม่เคยมีพาหนะใหญ่ๆ เป็น ของตัวเอง อย่างดีก็มี รถมิร่าคันเล็กๆ (ความจุ : ถังน้ำ 20 ถัง) ที่เปลี่ยนสีเองได้ (โอ๊ว...)
    และ รถจักรายานยนต์ยี่ห้อคริสตัล สีเขียว กะ ตีนเดิน
- ท่านสามารถพบหรืออาจเคยพบ สว. ได้ในสถานที่ต่างๆ เหล่านี้ (เพราะมันจำเป็น) ได้แก่ วัด โรงพยาบาล ดิวดรอป การ์เซีย โพลสตาร์ ร้านหมูกระทะเงาไม้ (ปัจจุบันปิดไปแล้ว)
   ร้าน กทม. ฯลฯ
-  สว. ยุคแรกๆ เป็นส่วนผสมที่ ลงตัว ระหว่าง ความดำ เกินไป ผอมเกินไป เตี้ยเกินไป แต่ก็เป็นชุดที่ลงตัวที่สุดจนถึงปัจจุบัน (อะแฮ่ม :-) )
-  สว. ยิ่งทำงานหนักเข้าไปใหญ่ เมื่อมี ฝ่ายบำเพ็ญฯ และ ฝ่ายโภชนาการ เพิ่มเข้ามา
- สว. ไม่ชอบพูดมาก ไม่ค่อยมีปากมีเสียง ในที่ประชุม เป็นพวกธัมมะธัมโมและดูแลสุขภาพ ส่วนใหญ่จะเอาเวลาไป เข้าวัดเข้าวา และโรงพยาบาล รวมทั้งไปหาของที่ 2 ฝ่ายข้างบนต้องการด้วย
- " ห้องทักษะ " คือ คลังแสงเต็มอัตราศึกของ สว. ทุกอย่างจะถูกเอามากองรวมกันที่นี่จนล้นออกมาข้างนอก ปัจจุบันห้องทักษะ เลิกใช้งานแล้ว
-  สว. ไม่ชอบ "ถุงดำ" เพราะ กลิ่นมันเหม็น
- " ปมปัญหาชีวิต "  คือสิ่งที่เกิดขึ้นและต้อง แก้ไขเป็นประจำ เป็นเรื่องปกติสำหรับ ส.ว.
-  สว. ชอบ กินไก่มากๆๆๆๆ
- สปอตไลท์ แอมป์ และ ลำโพง คู่พิฆาต อุปกรณ์คู่บุญคู่กรรม ยามที่ทุกท่านต้องการ " แสง - เสียง "
   สำหรับอุปกรณ์ พิเศษอื่นๆ  ต้องขอขอบคุณ สโมฯ สังคม และ สโมฯ วิศวะ มา ณ โอกาสนี้
- สายไฟ คืออุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เช่นกัน แต่ มักเกิดวิปริตอภินิหาร คือมักจะหดหายสั้นลงเอง ไปเป็นประจำ บางทีหายไปทั้งม้วนก็มี
- สว. มีบูม เช่นกัน เรียกว่าว่า "บูมวัดโสฯ" เป็นบูม ที่ศักดิ์สิทธิบรรลัย เนื่องจากไม่เคยมีใครบูม จบ เลย ตั้งแต่ตั้งฝ่ายมา
- การหาทายาท สว. เป็นภาระอันหนักอึ้งยิ่งกว่า ผ้าห่ม 1000 ผืน น้ำ 70 ถัง และ ฟิวส์ 30 แอม เช่นเดียวกับ ชุดไขควง ครบเซ็ต เป็น สิ่งที่ สว. ต้องการ อย่างมาก
- " จัมป์ไฟ " เป็นชื่อเรียก ปฏิบัติการ พิเศษซึ่งสามารถเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต หากไม่ได้รับการฝึกฝนอย่างเพียงพอ
- ปฏิบัติการ  " จัมป์ไฟ "  1 ปี จะเกิด ขึ้น เพียง 3 ครั้ง และ 3 สถานที่ ใน 2 วาระสำคัญเท่านั้น
- งานของ สว. เป็นงานที่เสี่ยงตายตลอดเวลา นอกจากรถคว่ำและโดนลำโพงล้มทับแล้ว ท่านสามารถ "กระอักเลือด" ได้ เพียงแค่ต้องการกุญแจเปิดโรงครัว
- มีการตีความหมายของ สว. อย่างผิดๆ  มักมีคนคิดว่า สว. ย่อมาจาก Survey จริงๆ แล้ว ทั้งสอง เป็นหน่วยงานต่างกันแต่ทำงานร่วมกันเป็นอย่างดี
   สว. มักจะหา เชือก มาให้ Survey ยืม  และเมื่อเสร็จงาน Survey จะคืนเชือกมาให้ สอง เส้น หรือมากกว่านั้นเสมอ.... อา ดีจัง....
- หัวหน้าใหญ่ สว. คือ รุ่นพี่ ร่างท้วม รหัส 42 เป็นที่เคารพอย่างสูง แก่ บรรดาน้องๆ สว.
- สว. รุ่นก่อตั้ง ตอนนี้ทุกคนเรียนต่อ ป. โท  คนนึง ยังอยู่ ชม. อีก 2 คน อยู่ กรุงเทพ
-  ขอคารวะ... สว. ที่ทำงานหนักที่สุด บ้าบอที่สุด สร้างความเร้าใจมากที่สุดในการทำงาน คือ หัวหน้า สว. รหัส 45  ขนาดที่ว่าวง " ไฮโร " ยังต้องแต่เพลงสดุดี....
-  สว. 47 เป็นปีแรกและปีเดียว จนถึง บัดนี้ที่มี สว. เพศหญิง อย่างเป็นทางการ (ขาว หมวย อีกต่างหาก)
- ประโยคคลาสสิค :
           " ถังน้ำอยู่ไหน... ?"      " ...ไม่ต้องห่วงครับพี่  เดี๋ยวมันจะไปอยู่ตรงนั้นเองครับ "   
           " ไอ่ here!!  กูเหม็นถุงดำว่ะ!!  "
....ปัจจุบัน ไม่รู้ว่า สว. ที่เหลือทำอะไรกันอยู่ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ความทรงจำในนาม " สว."  ก็ จะคงอยู่กับพวกเรา ตลอดไป  .....
June 18

ไปอ่านข่าวเจออะไรขำๆๆมาเล่า 555

จาก blog ของ http://phuketdotnet.org/blogs/kengi/
 
จากประโยค

บริษัทสุดท้ายของเยี่ยมชม เป็นบริัษัท บริษัท MFEC ของคุณศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร ซึ่งเป็นบริษัทไอทีแนวหน้าระดับเอเซียเลยทีเดียว ความรู้ที่ได้คือได้ทราบถึงทิศทาง ตลาดซอฟต์แวร์ในปัจจุบันทั้งในและนอกประเทศ ตลาดแรงงานทางด้านไอทีด้วย

 

 

(555  พึ่งรู้ ตัวว่า ลาออก จาก บริษัทไอทีแนวหน้าระดับเอเซียเลยทีเดียว )

แต่มันก็จิงอะนะ ก็ติดtop 500 แห่งเดียวนิ 555

เรื่อง ไม่นี้ไม่

หรอก  สำคัญว่า คิดถึง พี่ๆๆ MFEC จังเลย

โดยฉะเพราะ แก๊งหมี แห่ง  EBIZ

จากกินหมู ปิ้ง อยาก ทำmission

(ขอบคุณ พี่ๆๆๆๆที่เลี้ยง ขนม ตลอดเวลา 555 )

สุดท้ายขอ ให้พี่ๆๆโชคดี พระเจ้าอวยพร สามารถ ผ่าน project นรก ไปได้

 

สุดท้ายฝากประโยคเด็ด

active อย่าง panda ทำmission เมื่อยามเย็น ดูดีไม่รำเค็ญ เพราะเราเคยอยู่ R ดี

ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

June 10

ความสุขอยู่ไหนเอ๋ย

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เทพเจ้าผู้สรรค์สร้างความสุขได้เรียกเทพเจ้าจากทั่วทุกสารทิศมารวมตัวกันเพื่อ
ประชุมในวาระสําคัญ แล้วเทพเจ้าแห่งความสุขก็พูดขึ้นว่า

& quot;หลังจากที่มนุษย์ได้ทราบข่าวว่าข้าได้นําความสุขไปเก็บไว้ที่ดินแดนอันไกลโพ้นแ
ห่งหนึ่ง ก็ได้มีมนุษย์จํานวนมากมาย
ออกเดินทางไปที่ดินแดนแห่งนั้นเพื่อนําความสุขมาสู่แดนมนุษย์ แต่สิ่งที่ข้าไม่คาดฝันก็คือมนุษย์ต่างก็อยากจะได้ความสุข
มาครอบครองแต่เพียงผู้เดียว ระหว่างการเดินทางจึงเกิดการแก่งแย่ง ทะเลาะวิวาทกันในหมู่มนุษย์ขึ้นมา เกิดการเห็นแก่ตัว
บ้างก็เข่นฆ่ากันเองไม่มีความสงบเหลืออยู่อีกต่อไป ในสถานการณ์เช่นนี้ข้าว่าข้าจะดัดนิสัยพวกมนุษย์เหล่านี้สักหน่อย
และนําความสุขไปเก็บไว้ที่อื่น ท่านทั้งหลายคิดว่าข้าควรจะทําเช่นไรดี?" เทพเจ้าแห่งความสุขถาม

"ข้าว่าท่านควรจะนําความสุขไปซ่อนใต้มหาสมุทรที่ลึกที่สุด" เทพเจ้าองค์หนึ่งให้ความเห็น

"ไม่ได้ เราทําเช่นนั้นไม่ได้เพราะมนุษย์ก็จะหาวิธีดํานําลงไปค้นหาความสุขอยู่ดี" เทพเจ้าแห่งความสุขพูด

"ถ้าอย่างนั้นเราก็ควรจะนําความสุขไปไว้บนภูเขาที่สูงที่สุด ที่มนุษย์ยากจะปีนขึ้นไป" เทพเจ้าอีกองค์เสนอ

"ไม่ได้อีกเช่นกันท่าน เพราะว่าในที่สุดมนุษย์ก็จะคิดวิธีปีนขึ้นไปบนภูเขาและการแก่งแย่งกันก็จะไม่ลดน้อยล
งด้วย"

เทพเจ้าทั้งหลายต่างก็ประชุมกันอย่างเคร่งเครียดเป็นเวลานาน จนในที่สุดเทพเจ้าแห่งความสุขก็ตะโกนขึ้นมาว่า

"ข้านึกออกแล้ว!!!"

"ท่านคิดอะไรอยู่หรือ?" เทพทุกองค์ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน

"ข้าคิดออกแล้วว่าข้าจะนําไปซ่อนไว้ในที่ซึ่งมนุษย์น้อยคนนักจะคาดเดาได้ ข้าจะนําความสุขไปซ่อนไว้ในใจของพวกมนุษย์เอง"

"ซ่อนไว้ในใจหรือ?"

"ใช่ ข้าจะนําความสุขไปซ่อนไว้ในใจของมนุษย์ทุกคน การแก่งแย่งก็จะลดน้อยลง และมันก็จะมีมนุษย์น้อยคนที่
สามารถรู้ได้ว่าความสุขที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ใด และด้วยวิธีนี้พวกมนุษย์ก็จะสามารถเลือกได้เองด้วยว่า
พวกเขาอยากจะมีความสุขหรือไม่ เพราะว่าความสุขอยู่ในใจพวกเขาแล้วนั่นเอง"